20 ม.ค. 2569
Key takeaway / Summary of topic answer
Carbon Reduction Measures คือ กลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการส่งเสริมพลังงานสะอาด ซึ่งช่วยบรรเทาวิกฤตโลกร้อนและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับเมือง โดย วัน แบงค็อก (One Bangkok) ได้นำมาตรการเหล่านี้มาประยุกต์ใช้จริงผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะและมาตรฐานอาคารเขียวระดับโลก เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว
Table of Content
1. การประหยัดพลังงาน
2. การใช้พลังงานทดแทน
3. การปรับปรุงกระบวนการผลิต
4. การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
1. ลดการเกิดภาวะโลกร้อน
2. ปรับปรุงคุณภาพอากาศ
3. สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
4. สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
1. การออกแบบเพื่อประหยัดพลังงานและลดคาร์บอน
2. สถาปัตยกรรมสีเขียวและมาตรฐานระดับโลก
3. พื้นที่สีเขียวและคุณภาพอากาศ
4. ส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Q : Carbon Reduction Measures คืออะไร และครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ?
Q : อาคารเขียว (Green Building) ช่วยลดคาร์บอนได้อย่างไร ?
Q : พื้นที่สีเขียวในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ช่วยจัดการเรื่องคาร์บอนได้จริงไหม ?
Q : การออกแบบ Smart Mobility ช่วยลด Carbon Footprint ของคนเมืองได้อย่างไร ?
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ คำว่า “ความยั่งยืน” (Sustainability) ไม่ใช่เพียงเทรนด์ทางการตลาดที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป แต่กลายเป็น “ทางรอด” และ “ความจำเป็น” เร่งด่วน โดยเฉพาะในบริบทของการพัฒนาเมือง (Urban Development) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกแหล่งใหญ่ การทำความเข้าใจและนำมาตรการลดคาร์บอนมาประยุกต์ใช้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะกำหนดคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคนในอนาคต บทความนี้จะพาเจาะลึกถึงความสำคัญของ Carbon Reduction Measures พร้อมอธิบายว่าสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเมือง รวมถึงเมืองต้นแบบที่นำแนวคิดนี้มาปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรมนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร
Carbon Reduction Measures คืออะไร ?
Carbon Reduction Measures คือชุดกลยุทธ์ กิจกรรม และกระบวนการทางวิศวกรรมที่ออกแบบมาอย่างเป็นระบบ เพื่อวัตถุประสงค์หลักในการ “ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” รวมถึงก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ สู่ชั้นบรรยากาศ ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
มาตรการเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องมือทางนโยบายและเทคโนโลยีที่เข้ามาแทรกแซงเพื่อเปลี่ยนผ่านรูปแบบการใช้ชีวิตและการผลิตแบบเดิม ให้ก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ดังนี้
1. การประหยัดพลังงาน
มาตรการพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและต้นทุนต่ำที่สุด มุ่งเน้นไปที่การลดความต้องการใช้พลังงานในอาคารบ้านเรือน โรงงาน และอาคารสำนักงาน ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ลดการสะสมความร้อน การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 หรือเทคโนโลยี Smart Home ที่ควบคุมการเปิด-ปิดไฟและแอร์ตามการใช้งานจริง
2. การใช้พลังงานทดแทน
การเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากฟอสซิลมาเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและไม่มีวันหมด เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง การใช้พลังงานลม หรือพลังงานชีวมวล ซึ่งช่วยลด Carbon Footprint ขององค์กรและเมืองได้อย่างมหาศาล
3. การปรับปรุงกระบวนการผลิต
ในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง มาตรการนี้ครอบคลุมถึงการลดขยะ การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีค่าคาร์บอนต่ำ หรือวัสดุรีไซเคิล และการออกแบบกระบวนการผลิตที่ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดแต่ได้ผลผลิตสูงสุด
4. การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
ภาคการขนส่งเป็นหนึ่งในผู้ปล่อยคาร์บอนรายใหญ่ มาตรการนี้จึงมุ่งเน้นการเปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะให้เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการออกแบบเมืองที่เอื้อต่อการเดินและการปั่นจักรยาน
Carbon Reduction สำคัญอย่างไร ?
Carbon Reduction สำคัญอย่างไร ทำไมทั่วโลกจึงต้องตื่นตัวกับเรื่องนี้ ? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ “การลดการปล่อยคาร์บอน” ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความอยู่รอดและคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ดังนี้
1. ลดการเกิดภาวะโลกร้อน
นี่คือเป้าหมายสูงสุด เพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement : 2015) หากเราไม่เร่งลดคาร์บอน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้ง และระดับน้ำทะเลหนุนสูง จะทวีความรุนแรงจนเมืองใหญ่ชายฝั่งอาจไม่สามารถอยู่อาศัยได้
2. ปรับปรุงคุณภาพอากาศ
การลดการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลโดยตรงต่อการลดฝุ่นละออง PM2.5 และมลพิษทางอากาศอื่น ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจ การลดคาร์บอนจึงเท่ากับ “การคืนลมหายใจที่สะอาด” ให้แก่คนเมือง
3. สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การลดคาร์บอนเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นต่อไป ไม่ใช่การใช้ทรัพยากรล่วงหน้าจนหมดสิ้นในรุ่นเรา
4. สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจยุคใหม่คือ “เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Economy) องค์กรหรือเมืองที่มีมาตรการลดคาร์บอนที่ชัดเจน จะดึงดูดการลงทุน ดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ และลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาวจากการประหยัดพลังงาน
วัน แบงค็อก (One Bangkok) เมืองอัจฉริยะที่ส่งเสริมการลดคาร์บอน
เมื่อทฤษฎี Carbon Reduction Measures นำมาปฏิบัติจริง ผลลัพธ์ที่ได้คือเมืองแห่งอนาคตที่ใส่ใจทั้งผู้คนและโลก วัน แบงค็อก (One Bangkok) คือบทพิสูจน์ของการนำ Carbon Reduction Measures มาบูรณาการเข้ากับทุกอณูของการพัฒนาโครงการ โดยมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ และก้าวสู่ระดับโลกในฐานะ “เมืองอัจฉริยะสีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ”
พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มองเพียงแค่การสร้างตึกสูง แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศของเมืองที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านการผสมผสานเทคโนโลยีและการออกแบบเพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม
1. การออกแบบเพื่อประหยัดพลังงานและลดคาร์บอน
วัน แบงค็อก (One Bangkok) นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างจริงจัง โดยมีหัวใจสำคัญคือ ระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 22% เมื่อเทียบกับระบบปรับอากาศแบบเดิม ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 9,000 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการประหยัดไฟฟ้าได้ถึง 17,000 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระบบ Smart Grid และ Central Utility Plant (CUP) เปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการอัจฉริยะที่บริหารจัดการน้ำและไฟตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเซนเซอร์อัจฉริยะกว่า 250,000 จุดทั่วพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้พลังงานทุกหน่วยเป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยภาพรวมโครงการสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 35,540 ตันต่อปี
2. สถาปัตยกรรมสีเขียวและมาตรฐานระดับโลก
การลดคาร์บอนเริ่มตั้งแต่กระบวนการก่อสร้าง วัน แบงค็อก (One Bangkok) ตั้งเป้าหมายมาตรฐานสูงสุดอย่าง LEED for Neighborhood Development (LEED-ND) ระดับ Platinum และ TREES-NC ระดับ Platinum โดยมีการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการนำขยะจากการก่อสร้างมารีไซเคิลได้มากกว่า 75% และเลือกใช้วัสดุที่มีส่วนประกอบของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ต่ำ เพื่อคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ดี
ตัวอาคารยังออกแบบให้มีฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูง และกระจก Low-E ที่ลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร ช่วยลดภาระของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นมาตรการลดคาร์บอนทางอ้อมที่มีประสิทธิภาพสูง
3. พื้นที่สีเขียวและคุณภาพอากาศ
เพื่อต่อสู้กับปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) Carbon Reduction Measures ที่ วัน แบงค็อก (One Bangkok) ใช้คือจัดสรรพื้นที่กว่า 50% ของโครงการ หรือประมาณ 50 ไร่ ให้เป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่ง เชื่อมต่อสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ เปรียบเสมือน “ปอด” แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ต้นไม้และพืชพรรณกว่า 178 สายพันธุ์ที่ปลูกในโครงการ ไม่เพียงช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ แต่ยังช่วยดักจับฝุ่นละออง เพิ่มออกซิเจนอีกด้วย
4. ส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
มาตรการลดคาร์บอนด้านการขนส่ง ได้นำมาใช้ผ่านการออกแบบที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง ในพื้นที่มีทางเดินเท้าระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ที่ร่มรื่นและเดินสะดวก เชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟฟ้า MRT ลุมพินี และมีจุดบริการรับ-ส่งไปยัง BTS เพลินจิต ด้วยรถไฟฟ้า EV Shuttle Bus ส่งเสริมให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว นอกจากนี้ ยังรองรับอนาคตด้วยจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และที่จอดจักรยาน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์เมืองอัจฉริยะที่การเดินทางต้องไม่สร้างมลพิษ
Carbon Reduction Measures คือรากฐานสำคัญของการสร้างเมืองยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง วัน แบงค็อก (One Bangkok) ได้นำมาปฏิบัติจริงในทุกมิติ เพื่อการเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบเพื่อความยั่งยืนที่ใส่ใจโลก ร่วมสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตในเมืองคาร์บอนต่ำที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับพื้นที่สีเขียวอย่างลงตัว พร้อมสำรวจแนวคิดการพัฒนาเมืองที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันได้ที่ วัน แบงค็อก (One Bangkok)
FAQ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Carbon Reduction Measures
Q : Carbon Reduction Measures คืออะไร และครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ?
A : Carbon Reduction Measures คือมาตรการหรือกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่บรรยากาศ โดยครอบคลุมตั้งแต่การประหยัดพลังงานในอาคาร การใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงกระบวนการผลิตและก่อสร้าง ไปจนถึงการใช้ระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Q : อาคารเขียว (Green Building) ช่วยลดคาร์บอนได้อย่างไร ?
A : อาคารเขียว ช่วยลดคาร์บอนผ่านการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงานและน้ำ เช่น การใช้ฉนวนกันความร้อน การใช้แสงธรรมชาติ และการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศและแสงสว่าง ทำให้ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าอาคารทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
Q : พื้นที่สีเขียวในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ช่วยจัดการเรื่องคาร์บอนได้จริงไหม ?
A : ช่วยได้จริง เพราะต้นไม้ทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติ โดย วัน แบงค็อก (One Bangkok) จัดสรรพื้นที่กว่า 50% ของโครงการเป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่ง เพื่อช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก ดักจับฝุ่นละออง และลดอุณหภูมิโดยรอบโครงการ
Q : การออกแบบ Smart Mobility ช่วยลด Carbon Footprint ของคนเมืองได้อย่างไร ?
A : การออกแบบที่ส่งเสริมการเดิน การมีทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ (MRT/BTS) และการเตรียมจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ช่วยลดความจำเป็นในการใช้รถยนต์สันดาปส่วนตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยคาร์บอนในภาคการขนส่ง
แท็ก
แชร์