Key takeaway

เทศกาล Ohanami หรือเทศกาลชมดอกซากุระ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี โดยมีความหมายลึกซึ้งที่มากกว่าเพียงการชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่และความหวังในชีวิตที่มาพร้อมกับฤดูใบไม้ผลิ นอกจากนี้ หัวใจสำคัญของเทศกาลยังแฝงด้วยการตระหนักถึงความงดงามในความไม่เที่ยงของชีวิต เนื่องจากดอกซากุระจะบานสะพรั่งเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ แล้วร่วงโรยไป การรวมตัวกันภายใต้ต้นซากุระเพื่อสังสรรค์และดื่มด่ำกับชาหรืออาหารมงคล จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้คนเห็นคุณค่าของเวลาปัจจุบัน และการใช้ทุกช่วงเวลาอันมีค่าร่วมกับคนสำคัญอย่างมีความสุขที่สุด

 

Table of Content

  • เทศกาล Ohanami : ประวัติศาสตร์และความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้กลีบซากุระ
    • สัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่
    • ปรัชญา "Mono no Aware" ความงามในความไม่เที่ยง
  • Ohanami Festival Campaign 2026 : สัมผัสบรรยากาศเทศกาลชมซากุระญี่ปุ่นใจกลางกรุงเทพฯ
  • Green Tea Fair : สุนทรียภาพแห่งชาเขียว
  • เมนูพิเศษต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ
  • สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกและผู้มาเยือน วัน แบงค็อก (One Bangkok)
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทศกาลชมดอกซากุระ (FAQs)
    • Q : เทศกาล Ohanami เริ่มต้นขึ้นเมื่อไรและมีความสำคัญอย่างไร ?
    • Q : หากต้องการสัมผัสบรรยากาศ Ohanami Festival ในกรุงเทพฯ ควรไปที่ไหน ?
    • Q : กิจกรรมไฮไลต์ที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลชมดอกซากุระคืออะไร ?

 

เมื่อลมหนาวเริ่มพัดผ่านไปและสีสันของดอกไม้เริ่มผลิบาน ประเทศญี่ปุ่นจะเข้าสู่ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดช่วงหนึ่งของปี นั่นคือ เทศกาล Ohanami หรือที่รู้จักกันในชื่อ เทศกาลชมดอกซากุระ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การท่องเที่ยวพักผ่อน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกในจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นมานานนับพันปี

 

เทศกาล Ohanami  : ประวัติศาสตร์และความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้กลีบซากุระ

คำว่า Ohanami มีความหมายตรงตัวที่เรียบง่ายว่า "การชมดอกไม้" แต่เบื้องหลังคำสั้น ๆ นี้กลับแฝงไปด้วยวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกมานานกว่า 1,000 ปี โดยเทศกาลนี้เริ่มต้นขึ้นในสมัยเฮอัน ซึ่งในยุคนั้นการชมดอกซากุระถือเป็นสุนทรียภาพชั้นสูงเฉพาะกลุ่มราชสำนัก ขุนนาง และเหล่ากวี ที่จะมารวมตัวกันเพื่อชื่นชมความงามของธรรมชาติ พร้อมกับรังสรรค์บทกวีและดื่มด่ำกับสาเกรสเลิศใต้กิ่งซากุระที่ผลิบาน ก่อนที่ธรรมเนียมนี้จะค่อย ๆ แผ่ขยายจากรั้ววังไปสู่สามัญชน จนกลายเป็นเทศกาลประจำชาติที่ทุกคนรอคอยในปัจจุบัน

สำหรับชาวญี่ปุ่น เทศกาลชมดอกซากุระไม่ได้เป็นเพียงการมานั่งชมความสวยงามของสีชมพูที่อาบไปทั่วทั้งเมืองเท่านั้น แต่ซากุระยังมีสถานะเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตใน 2 แง่มุมสำคัญ ดังนี้

สัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่

ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ฤดูใบไม้ผลิที่มาพร้อมกับซากุระ คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ของเด็ก ๆ การเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ของบริษัท หรือแม้แต่การโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงาน ซากุระจึงเป็นดอกไม้ที่สร้างภาพจำของการ "เริ่มต้นชีวิตบทใหม่" ที่เต็มไปด้วยความหวัง พลังงาน และความสดใส

ปรัชญา "Mono no Aware" ความงามในความไม่เที่ยง

หัวใจสำคัญที่สุดที่ทำให้การชมซากุระมีความหมายลึกซึ้ง คือปรัชญาที่เรียกว่า "Mono no Aware" (โมโนะ โนะ อาวาเระ) หรือความตระหนักรู้ถึงสัจธรรมที่ว่า "ความงดงามมักเป็นสิ่งชั่วคราว" เนื่องจากดอกซากุระจะบานสะพรั่งอย่างเต็มที่เพียง 1-2 สัปดาห์ก่อนจะร่วงโรยไปตามสายลม ช่วงเวลาที่แสนสั้นนี้เองที่ย้ำเตือนให้เรามองเห็นคุณค่าของปัจจุบัน การสังสรรค์ในเทศกาล Ohanami จึงไม่ใช่แค่การกินดื่ม แต่คือการใช้เวลาอันมีค่าที่สุดร่วมกับครอบครัวหรือคนสำคัญ เพื่อร่วมกันบันทึกความทรงจำก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเปลี่ยนแปลงไป

ด้วยเหตุนี้ เทศกาลชมดอกซากุระจึงเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทั้งความสุขจากการเริ่มต้นและความซาบซึ้งในคุณค่าของเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกหลงรักเทศกาลนี้อย่างไม่เสื่อมคลาย

 

 

บรรยากาศเทศกาลชมดอกซากุระที่ประเทศญี่ปุ่น

 

OHANAMI at Mitsukoshi Depachika : จำลองเทศกาลชมดอกซากุระมาให้สัมผัสแบบใกล้ชิด

หากคุณฝันอยากสัมผัสเทศกาลชมดอกซากุระแบบออริจินัลโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น ในปี 2026 นี้ มิตซูโคชิ เดปาจิกะ ณ วัน แบงค็อก (One Bangkok) เนรมิตบรรยากาศการชมดอกไม้จากญี่ปุ่นมาไว้ให้คุณสัมผัสอย่างใกล้ชิด ภายใต้แคมเปญ Ohanami Festival ระหว่างวันที่ 1 - 25 มีนาคม 2569

ภายในงานจัดเต็มด้วยกลิ่นอายฤดูใบไม้ผลิ และไฮไลต์พิเศษที่เจแปนเลิฟเวอร์ไม่ควรพลาด

  • Bringing Home Sakura : พบกับกิ่งซากุระจริงที่สามารถซื้อกลับไปปลูกหรือประดับบ้าน เพื่อเก็บความประทับใจจากเทศกาลไว้กับตัวได้นานขึ้น
  • Kitchen Stage by Minamoto Kitchoan : ลิ้มรส "วากาชิ" (Wagashi) ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่รังสรรค์อย่างประณีตราวกับงานศิลปะ ทั้งโมจิ เซมเบ้ และดังโงะ ซึ่งนิยมทานคู่กับชาเขียวเพื่อเสริมรสชาติให้ละเมียดละไมยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สิ่งที่เคียงคู่ไปกับเทศกาลชมดอกซากุระคือ วัฒนธรรมการดื่มชาที่เป็นเอกลักษณ์ มิตซูโคชิ เดปาจิกะ จัดเทศกาลชาเขียวโดยรวบรวมมัทฉะระดับตำนานที่หาทานยากมาไว้ในที่เดียว ในวันที่ 5 - 25 มีนาคม 2569 โดยมีไฮไลต์คือมัทฉะ 2 แบรนด์ดังระดับตำนาน

  1. Ikeda Sanchado : มัทฉะพรีเมียมจากจังหวัดคาโกชิมะ ซึ่งก่อตั้งในปี 1948 เป็นแบรนด์เก่าแก่ที่สืบทอดความเชี่ยวชาญมานานกว่า 75 ปี ใบชาคัดสรรจากแหล่งปลูกคาโกชิมะและชิรัน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เพาะปลูกออร์แกนิกที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ทุกเบลนด์รังสรรค์โดย คุณ Kenta Ikeda Tea Master ระดับ 10th Dan* ซึ่งมีเพียง 23 คนในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ถือเป็นมัทฉะที่ทั้งหอม ละมุน และสะท้อนความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิต
  2. Yagasuri Matcha : Award-Winning Matcha ชาเขียวที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ แบรนด์ดังจากจังหวัดชิซูโอกะ แหล่งปลูกชาชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งสืบทอดวัฒนธรรมการทำชามายาวนานกว่า 123 ปี ใช้ยอดชาแรกของต้นฤดู พร้อมระบบเพาะปลูกแบบดั้งเดิมที่ใส่ใจธรรมชาติและความยั่งยืน โดยได้รับการยอมรับในระดับโลกจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ การันตีคุณภาพด้วยรางวัลชาระดับประเทศ 4 ปีซ้อน (2019-2024) โดดเด่นที่มัทฉะรสเข้ม กลิ่นหอมลึก ชวนหลงใหล

 

เรื่องน่ารู้ : Tea Master ระดับ 10th Dan (段) คือขั้นสูงสุดของการเป็นปรมาจารย์นักประเมินชา (Tea Appraiser) ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นระดับที่สอบยากที่สุดและทรงเกียรติที่สุดในวงการ โดยปัจจุบันทั้งประเทศญี่ปุ่นมีผู้ที่สามารถก้าวไปถึงระดับนี้เพียง 23 คน เท่านั้น ผู้ที่ได้รับระดับ 10th Dan จะต้องมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมระดับอัจฉริยะ สามารถจำแนกแหล่งปลูก สายพันธุ์ และช่วงเวลาเก็บเกี่ยวใบชาได้อย่างแม่นยำเพียงแค่การดู ดม หรือชิม รวมถึงต้องมีศาสตร์การ "เบลนด์" (Blending) หรือการผสมใบชาต่างแหล่งเข้าด้วยกันเพื่อสร้างรสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

เมนูพิเศษต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ

นอกจากการชมความงามแล้ว ฤดูใบไม้ผลินี้ยังเป็นช่วงเวลาของความอร่อย พบกับเมนูพิเศษที่มีให้รับประทานเฉพาะช่วงเทศกาล Ohanami เท่านั้น

  • ร้าน Murahata Fruits Parlor : เพลิดเพลินไปกับเมนู Matcha Parfait และ Matcha Strawberry 
  • ร้าน Sesamilk Gelateria: สดชื่นไปกับ Sakura Soda และ Matcha Soft Serve
  • ร้าน Meat Master Tamaruya : ลิ้มลอง Ohanami Bento และ Sakura Panna Cotta ที่จัดเตรียมมาอย่างประณีต
  • ร้าน Matsuri (Deli Bar) : อิ่มอร่อยกับ Strawberry Daifuku และดังโงะเนื้อนุ่ม

 

การเริ่มต้นใหม่ในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ จะเต็มไปด้วยความสุขและเป็นสิริมงคล มาร่วมสัมผัสจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นและสืบสานประเพณีอันงดงามได้ที่เทศกาลชมดอกซากุระ Ohanami Festival ณ มิตซูโคชิ เดปาจิกะ ชั้น  B1 โซนพาเหรด (Parade) แหล่งคอมมูนิตี้ มอลล์ระดับโลก ที่ วัน แบงค็อก (One Bangkok) แล้วคุณจะพบว่าความงามของซากุระนั้นทรงคุณค่าและน่าประทับใจเพียงใด



FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทศกาลชมดอกซากุระ (FAQs)

Q : เทศกาล Ohanami เริ่มต้นขึ้นเมื่อไรและมีความสำคัญอย่างไร ?

A : เทศกาลชมซากุระของญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี เริ่มต้นจากสมัยเฮอัน โดยเป็นการชมซากุระเพื่อเฉลิมฉลองการเริ่มต้นใหม่ของฤดูใบไม้ผลิ และเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ทั้งด้านการเรียนและการงาน

 Q : หากต้องการสัมผัสบรรยากาศ Ohanami Festival ในกรุงเทพฯ ควรไปที่ไหน ?

A : แนะนำที่ มิตซูโคชิ เดปาจิกะ ณ วัน แบงค็อก (One Bangkok) ซึ่งจัดงานแคมเปญ Ohanami ตั้งแต่วันที่ 1 - 25 มีนาคม 2569 โดยมีการจำหน่ายกิ่งซากุระจริง ขนมวากาชิ และเมนูพิเศษประจำฤดูใบไม้ผลิ

Q : กิจกรรมไฮไลต์ที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลชมดอกซากุระคืออะไร ?

A : กิจกรรมหลักคือการนั่งชมดอกไม้พร้อมรับประทานอาหารมงคล เช่น เบนโตะฮานามิ และขนมญี่ปุ่นอย่างดังโงะหรือซากุระโมจิ คู่กับการจิบชาเขียวมัทฉะพรีเมียม ซึ่งช่วยเสริมสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองและความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

 

 

 

แท็ก

รีเทล
วัน แบงค็อก

แชร์

ค้นหากิจกรรมและข้อมูลอื่นๆ ใน วัน แบงค็อก